Blog กับ Diary ในความคิดของฉัน
posted on 10 Sep 2005 00:28 by nath in -Exteen-Entry ต่อเนื่อง ...
มันอดไม่ได้ที่จะเขียนน่ะค่ะ
ถึงจะรู้ว่ามีคนเขียนเรื่องนี้ไปแล้วหลายคน
อย่างเช่นพี่แชมป์พ่อบ้านของพวกเราได้เขียนไว้เมื่อนานมาแล้ว
หรือ ของคุณ Wason's Blog : comment เป็นต้น ซึ่งอ่านแล้วก็ชัดเจนอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว
เราเองก็เคยคิดว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ขออยู่เงียบๆเป็นผู้อ่านอย่างเดียวคงจะดีกว่าเพราะหลายๆคนอธิบายได้เป็นอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว
แต่วันนี้ เราก็กลับมาคิดใหม่ว่า ควรจะเขียนเรียบเรียงตามความคิดของตัวเองแบบจริงจังบ้างเหมือนกัน แบบมาจัดลำดับความคิดตัวเองใหม่น่ะนะ
เพราะเราเองก็ยอมรับว่า เราไม่ใช่ Blogger ที่ดีเท่าไหร่ เรื่องหาสาระได้ ก็มีบ้าง เรื่องหาสาระไม่ได้ก็มีอยู่มาก การจัด Catagory ของเราก็ยังไม่ชัดเจนในตัวเองเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าตอนแรกที่มีฟีเจอร์นี้ ก็เลยเห่อ จัดไปก่อนคร่าวๆก่อน มันเลยยังมั่วๆแบบที่เห็น เราเลยเอาออกไปก่อนน่ะ อิอิ
ว่าแล้ว
วันนี้เราเลยปฏิวัติตัวเองซะ ระหว่างนั่งอ่าน Text เพื่อส่ง Lab เราเลยเปิดหาศัพท์เล่นๆกับคำว่า "Blog" และ "Diary"
ได้ผลมาดังนี้
Blog ;
1- a shared on-line journal where people can post diary entries about their personal experiences and hobbies
2 - Short for weblog, an on-line web-zine or diary (usually with facilities for reader comments and discussion threads) made accessible through the World Wide Web. This term is widespread and readily forms derivatives, of which the best known may be {blogosphere}.
Diary ;
1 - A register of daily events or transactions; a daily record; a journal; a blank book dated for the record of daily memoranda; as, a diary of the weather; a physician's diary.
2 - a daily written record of (usually personal) experiences and observations
3 - a personal journal (as a physical object)
สรุปจากความหมาย ในแบบความคิดของเรานะคะ
(ก่อนจะอ่าน ขอบอกไว้ก่อนว่าภาษาอังกฤษเราอ่อนแอนะคะ ใครคิดว่ามันแปลได้สละสลวยกว่านี้ก็คอมเมนท์มาได้ค่ะ แหะๆ ...)
จากความหมาย - Blog คือ
(1) สถานที่ที่ผู้คนสามารถแบ่งปันเรื่องราวต่างๆโดยการบันทึกประสบการณ์และงานอดิเรกของคนคนนั้นได้
(2) เป็นคำที่ย่อมาจาก Weblog , เป็น web - zine ออนไลน์ **เราเข้าใจว่ามันเหมือนกับการเขียนอย่างนึงที่เขียนผ่าน Webเลยเรียกเว่า webzine (อย่างเช่น magazine มันก็คือการเขียนอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งค่ะ ประมาณนั้น)** หรือ เป็นบันทึกประจำวัน (Diary) ซึ่งโดยหลักๆแล้ว จะสะดวกต่อการที่ผู้อ่านเนี่ยจะสามารถคอมเมนท์ หรือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันได้ โดยไดอารี่ที่ว่าเนี่ย สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ก็คือเป็นลักษณะแบบ Public แบบที่พี่แชมป์เคยพูดไว้นั่นเอง และในส่วนนี้เอง มันก็เหมือนกับการที่เราเอาเรื่องๆหนึ่งที่แพร่หลายอยู่แล้ว มาเขียนต่อในความคิดของตัวเอง หรือใช้ความรู้ที่เรามีมาวิเคราะห์ประเด็นต่างๆนั่นเอง
(อ่านแล้วเข้าใจประมาณนี้นะ ใครที่เก่งภาษามาช่วยแปลอีกทีก็ดีค่ะ ไม่รู้ว่าเราเข้าใจได้ตรงประเด็นรึยัง?)
ต่อด้วยความหมาย -Diary คือ
(1) การจดจำหรือบันทึกเหตุการณ์ในแต่ละวัน หรือความสัมพันธ์ของแต่ละบุคคลในแต่ละวัน เหมือนบันทึกประจำวัน จดจำเรื่องธรรมดาทั่วๆไป
(2) และ (3) ก็ความหมายคล้ายๆกัน ว่าเป็นการบันทึกเรื่องราวในแต่ละวันส่วนบุคคลนั่นเอง
.
.
.
(เหมือนจะมาแปลให้ฟังเลย แต่จะให้พูดก็คงได้ประมาณนี้อ่ะน้า อิอิ)
.
.
.
สรุป
ไม่ว่าจะบล็อคหรือไดอารี่
ส่วนสำคัญของมันที่สุดคือการได้แชร์บางสิ่งบางอย่างร่วมกัน
ซึ่ง "บางสิ่งบางอย่าง" ที่ว่านั่นคุณคงรู้ได้ด้วยตัวเองแน่นอน
.
.
.
ไม่มีอะไรหรอกที่มาพิมพ์เรื่องนี้อีกที
แค่อยากจะบอกว่า Blog มันไม่ได้ซีเรียสขนาดว่าต้องไม่เขียนแบบไดอารี่ ต้องมีสาระ มีความรู้หรืออะไรมากมายหรอกค่ะ คิดๆเขียนๆพิมพ์ๆไปเถอะค่ะ (เอ้ะ ? คล้ายสโลแกนใครแถวนี้รึป่าว ?)
ก็แค่ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ให้กับคนอื่นได้รู้เท่านั้นเอง
ส่วนเค้าจะได้รึป่าว? มันก็แล้วแต่คนนะเราว่า
เห็นเพื่อนๆ Exteen บางคนที่เพิ่งอพยพมาดูซีเรียสจังเลยอยากจะบอกค่ะ
:)
แต่บางครั้งถ้าลองเขียนอะไร
ที่มันนอกเหนือชีวิตประจำวันบ้าง
เม้าท์เรื่องชาวบ้านบ้าง
มันก็สนุกดีเหมือนกันนะคะ
หรือลองวิเคราะห์ประเด็นร้อนอะไรซักอย่าง เราว่ามันก็เยี่ยมเลย
อย่างที่เพิ่งผ่านมากับประเด็นเดือด "หลุมดำ" เนี่ย .....
มันก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นบล็อกของที่นี่ .. Exteen .. ได้อย่างดี
.
.
.
ที่ลุกมาพิมพ์เรื่องนี้ ฉุกคิดมาจากคำบอกเล่าของ คุณ loftค่ะ
.
.
.
.
.
พอพูดถึงเรื่องของบล็อคของตัวเองแล้ว
กลับมามองดู เขียนมาก็ 200 กว่า Entry แล้ว
ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าบล็อคเรา มันเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยมีเอกลักษณ์เท่าไหร่เลย
เพราะยังหาไม่เจอน่ะ
แหะ ... ไว้หาเจอแล้ว Blog ของนัทคงดูเป็น Blog มากกว่านี้มั้ง ??
ค้นหาต่อไป
.
.
.

บ่น บ่น
เฮ้อ ... อยากแลกอะไรก็ได้กับการมีครอบครัวที่อบอุ่นจัง
ให้อายุสั้นลงอีกสักครึ่งก็ได้
.
.
.
ตั้งแต่เด็ก จำแทบไม่ได้เลย
จำไม่ได้เลย ถึงความรู้สึกตอนถูกใครซักคนกอด
ตอนถูกแม่หรือพ่อกอด
ส่วนใหญ่ ตั้งแต่ตอนเด็กๆ เราโตมากับอาม่าน่ะ
เพราะแม่มีน้องเราอีกคน
และเพราะสาเหตุบางอย่าง ทำให้แม่ต้องเอาเราไปฝากกับอาม่า
ทุกๆช่วงปิดเทอมตั้งแต่ตอนประถม จนถึงม.ต้น
เราไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวบ่อยนักหรอก
จำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ มันนานมากแล้ว
พอขึ้นม.ปลาย เราก็ต้องตั้งใจเรียน เพื่อที่จะเอนทรานซ์
.
.
.
.
.
.
ประโยคที่ว่า
"ทำดีเสมอตัว ทำชั่วล่มจม"
นี่เราเข้าใจดีเลย
เราติดโควต้าวิศวะ เราทิ้งความฝันของตัวเอง
มาเดินตามทางที่มันจะสร้างโอกาสที่ดีให้กับเรามากกว่า ทำตามความฝัน
แต่มันก็แค่นั้น
.
.
.
.
.
พอเราอายุ 18 ปี เราบอกพ่อกับแม่
ถ้าเวลาจะทะเลาะกัน มาบอกผ่านหนูนะ
เพื่อหวังว่ามันจะทำให้พ่อแม่เข้าใจกันได้ดีกว่า
.
.
พอเราใกล้จะอายุ 20 แล้ว เราบอกว่า ถ้าพ่อกับแม่มีปัญหาอะไร
ก็บอกหนูได้ทุกเรื่อง หนูโตพอที่จะรับรู้ได้แล้ว
โตพอที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาได้แล้ว
.
.
.
ตอนที่เรามีแฟน ทำให้เราห่างกับพ่อ
พอเลิกกับแฟน
พ่อก็ไม่ได้สนใจเราเหมือนเดิม ไม่กลับบ้านเหมือนเดิม
เราก็แค่คิดว่า พอเลิกกับแฟน เราจะได้คุยกับพ่อมากขึ้น
แต่มันไม่ใช่ มันไม่ได้มีอะไรแตกต่างเลย
.
ส่วนแม่ก็เครียด แล้วก็มาระบายที่เรา
ไม่เป็นไร ดีแล้ว
เราเป็นคนบอกเอง
.
.
.
แต่มันไม่ไหว
เห็นแม่เครียด แล้วคิดว่าเราจะรู้สึกเฉยๆเหรอ?
เราเองก็เครียด ทั้งเรื่องเรียน ครอบครัว
แต่พอแม่พูดก็ต้องก้มหน้ารับฟังนิ่งๆ
.
.
.
แต่
.
ไม่ไหวแล้ว
อยากระบาย
ครอบครัวของเราตอนนี้
มันเป็นอะไรแล้วไม่รู้
.
.
.
พ่อไปทาง แม่ไปทาง
พ่อกลับบ้าน กินข้าว อาบน้ำ นอน
แม่ทำกับข้าว เก็บจาน ปิดไฟ นอน
น้องเราไม่ต้องพูดถึง ไม่ค่อยได้คุยกันอยู่แล้ว
ส่วนเราก็นั่งอยู่หน้าคอมในทุกวัน
รอพ่อแม่นอนแล้ว เราก็นอนเป็นคนสุดท้าย
.
.
.
.
จะว่าไปเราเป็นคนโชคดีนะ ที่พ่อกับแม่ยังไม่หย่าขาดจากกัน
แต่แม่ก็บอกแค่ว่า
พอเราเรียนจบ ทำงาน ก็คงทางใครทางมันแล้ว
เพราะไม่มีอะไรจะให้ห่วงอีกแล้ว
.
.
.
เราเองที่เกิดมากับครอบครัวที่เรียกได้ไม่เต็มปากหรอก
ว่า
"อบอุ่น"
แบบนี้
จะมีสิทธิ์มั๊ยนะ?
ที่จะฝันถึงความรัก ความอบอุ่น
ที่รวมอยู่ในครอบครัวเล็กๆ ในบ้านหลังพอเหมาะ
กับเค้าบ้าง
.
.
.
ครอบครัวที่อบอุ่น
มันเป็นยังไงเหรอ?
ช่วยบอกที
.
.
.
.
.
จาก
คนที่แสวงหาความอบอุ่น และความรัก
แต่ก็ยังไม่เจอซีกที

มาสเตอร์แชมป์

ทำตัวเองให้มีความสุขดีกว่านะ.....เรื่องของผู้ใหญ่ก็ปล่อยเค้าไป
#1 By ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ on 2005-09-10 00:34