Entry ต่อเนื่อง ...

มันอดไม่ได้ที่จะเขียนน่ะค่ะ

ถึงจะรู้ว่ามีคนเขียนเรื่องนี้ไปแล้วหลายคน

อย่างเช่นพี่แชมป์พ่อบ้านของพวกเราได้เขียนไว้เมื่อนานมาแล้ว

  • หรือ ของคุณ Wason's Blog : comment เป็นต้น ซึ่งอ่านแล้วก็ชัดเจนอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว

    เราเองก็เคยคิดว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ขออยู่เงียบๆเป็นผู้อ่านอย่างเดียวคงจะดีกว่าเพราะหลายๆคนอธิบายได้เป็นอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว

    แต่วันนี้ เราก็กลับมาคิดใหม่ว่า ควรจะเขียนเรียบเรียงตามความคิดของตัวเองแบบจริงจังบ้างเหมือนกัน แบบมาจัดลำดับความคิดตัวเองใหม่น่ะนะ

    เพราะเราเองก็ยอมรับว่า เราไม่ใช่ Blogger ที่ดีเท่าไหร่ เรื่องหาสาระได้ ก็มีบ้าง เรื่องหาสาระไม่ได้ก็มีอยู่มาก การจัด Catagory ของเราก็ยังไม่ชัดเจนในตัวเองเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าตอนแรกที่มีฟีเจอร์นี้ ก็เลยเห่อ จัดไปก่อนคร่าวๆก่อน มันเลยยังมั่วๆแบบที่เห็น เราเลยเอาออกไปก่อนน่ะ อิอิ

    ว่าแล้ว

    วันนี้เราเลยปฏิวัติตัวเองซะ ระหว่างนั่งอ่าน Text เพื่อส่ง Lab เราเลยเปิดหาศัพท์เล่นๆกับคำว่า "Blog" และ "Diary"

    ได้ผลมาดังนี้

    Blog ;

    1- a shared on-line journal where people can post diary entries about their personal experiences and hobbies

    2 - Short for weblog, an on-line web-zine or diary (usually with facilities for reader comments and discussion threads) made accessible through the World Wide Web. This term is widespread and readily forms derivatives, of which the best known may be {blogosphere}.

    Diary ;

    1 - A register of daily events or transactions; a daily record; a journal; a blank book dated for the record of daily memoranda; as, a diary of the weather; a physician's diary.

    2 - a daily written record of (usually personal) experiences and observations

    3 - a personal journal (as a physical object)

    สรุปจากความหมาย ในแบบความคิดของเรานะคะ

    (ก่อนจะอ่าน ขอบอกไว้ก่อนว่าภาษาอังกฤษเราอ่อนแอนะคะ ใครคิดว่ามันแปลได้สละสลวยกว่านี้ก็คอมเมนท์มาได้ค่ะ แหะๆ ...)

    จากความหมาย - Blog คือ

    (1) สถานที่ที่ผู้คนสามารถแบ่งปันเรื่องราวต่างๆโดยการบันทึกประสบการณ์และงานอดิเรกของคนคนนั้นได้

    (2) เป็นคำที่ย่อมาจาก Weblog , เป็น web - zine ออนไลน์ **เราเข้าใจว่ามันเหมือนกับการเขียนอย่างนึงที่เขียนผ่าน Webเลยเรียกเว่า webzine (อย่างเช่น magazine มันก็คือการเขียนอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งค่ะ ประมาณนั้น)** หรือ เป็นบันทึกประจำวัน (Diary) ซึ่งโดยหลักๆแล้ว จะสะดวกต่อการที่ผู้อ่านเนี่ยจะสามารถคอมเมนท์ หรือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันได้ โดยไดอารี่ที่ว่าเนี่ย สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ก็คือเป็นลักษณะแบบ Public แบบที่พี่แชมป์เคยพูดไว้นั่นเอง และในส่วนนี้เอง มันก็เหมือนกับการที่เราเอาเรื่องๆหนึ่งที่แพร่หลายอยู่แล้ว มาเขียนต่อในความคิดของตัวเอง หรือใช้ความรู้ที่เรามีมาวิเคราะห์ประเด็นต่างๆนั่นเอง

    (อ่านแล้วเข้าใจประมาณนี้นะ ใครที่เก่งภาษามาช่วยแปลอีกทีก็ดีค่ะ ไม่รู้ว่าเราเข้าใจได้ตรงประเด็นรึยัง?)

    ต่อด้วยความหมาย -Diary คือ

    (1) การจดจำหรือบันทึกเหตุการณ์ในแต่ละวัน หรือความสัมพันธ์ของแต่ละบุคคลในแต่ละวัน เหมือนบันทึกประจำวัน จดจำเรื่องธรรมดาทั่วๆไป

    (2) และ (3) ก็ความหมายคล้ายๆกัน ว่าเป็นการบันทึกเรื่องราวในแต่ละวันส่วนบุคคลนั่นเอง

    .

    .

    .

    (เหมือนจะมาแปลให้ฟังเลย แต่จะให้พูดก็คงได้ประมาณนี้อ่ะน้า อิอิ)

    .

    .

    .

    สรุป

    ไม่ว่าจะบล็อคหรือไดอารี่

    ส่วนสำคัญของมันที่สุดคือการได้แชร์บางสิ่งบางอย่างร่วมกัน

    ซึ่ง "บางสิ่งบางอย่าง" ที่ว่านั่นคุณคงรู้ได้ด้วยตัวเองแน่นอน

    .

    .

    .

    ไม่มีอะไรหรอกที่มาพิมพ์เรื่องนี้อีกที

    แค่อยากจะบอกว่า Blog มันไม่ได้ซีเรียสขนาดว่าต้องไม่เขียนแบบไดอารี่ ต้องมีสาระ มีความรู้หรืออะไรมากมายหรอกค่ะ คิดๆเขียนๆพิมพ์ๆไปเถอะค่ะ (เอ้ะ ? คล้ายสโลแกนใครแถวนี้รึป่าว ?)

    ก็แค่ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ให้กับคนอื่นได้รู้เท่านั้นเอง

    ส่วนเค้าจะได้รึป่าว? มันก็แล้วแต่คนนะเราว่า

    เห็นเพื่อนๆ Exteen บางคนที่เพิ่งอพยพมาดูซีเรียสจังเลยอยากจะบอกค่ะ

    :)

    แต่บางครั้งถ้าลองเขียนอะไร

    ที่มันนอกเหนือชีวิตประจำวันบ้าง

    เม้าท์เรื่องชาวบ้านบ้าง

    มันก็สนุกดีเหมือนกันนะคะ

    หรือลองวิเคราะห์ประเด็นร้อนอะไรซักอย่าง เราว่ามันก็เยี่ยมเลย

    อย่างที่เพิ่งผ่านมากับประเด็นเดือด "หลุมดำ" เนี่ย .....

    มันก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นบล็อกของที่นี่ .. Exteen .. ได้อย่างดี

    .

    .

    .

    ที่ลุกมาพิมพ์เรื่องนี้ ฉุกคิดมาจากคำบอกเล่าของ คุณ loftค่ะ

    .

    .

    .

    .

    .

    พอพูดถึงเรื่องของบล็อคของตัวเองแล้ว

    กลับมามองดู เขียนมาก็ 200 กว่า Entry แล้ว

    ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าบล็อคเรา มันเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยมีเอกลักษณ์เท่าไหร่เลย

    เพราะยังหาไม่เจอน่ะ

    แหะ ... ไว้หาเจอแล้ว Blog ของนัทคงดูเป็น Blog มากกว่านี้มั้ง ??

    ค้นหาต่อไป

    .

    .

    .

    บ่น บ่น

    เฮ้อ ... อยากแลกอะไรก็ได้กับการมีครอบครัวที่อบอุ่นจัง

    ให้อายุสั้นลงอีกสักครึ่งก็ได้

    .

    .

    .

    ตั้งแต่เด็ก จำแทบไม่ได้เลย

    จำไม่ได้เลย ถึงความรู้สึกตอนถูกใครซักคนกอด

    ตอนถูกแม่หรือพ่อกอด

    ส่วนใหญ่ ตั้งแต่ตอนเด็กๆ เราโตมากับอาม่าน่ะ

    เพราะแม่มีน้องเราอีกคน

    และเพราะสาเหตุบางอย่าง ทำให้แม่ต้องเอาเราไปฝากกับอาม่า

    ทุกๆช่วงปิดเทอมตั้งแต่ตอนประถม จนถึงม.ต้น

    เราไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวบ่อยนักหรอก

    จำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ มันนานมากแล้ว

    พอขึ้นม.ปลาย เราก็ต้องตั้งใจเรียน เพื่อที่จะเอนทรานซ์

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    ประโยคที่ว่า

    "ทำดีเสมอตัว ทำชั่วล่มจม"

    นี่เราเข้าใจดีเลย

    เราติดโควต้าวิศวะ เราทิ้งความฝันของตัวเอง

    มาเดินตามทางที่มันจะสร้างโอกาสที่ดีให้กับเรามากกว่า ทำตามความฝัน

    แต่มันก็แค่นั้น

    .

    .

    .

    .

    .

    พอเราอายุ 18 ปี เราบอกพ่อกับแม่

    ถ้าเวลาจะทะเลาะกัน มาบอกผ่านหนูนะ

    เพื่อหวังว่ามันจะทำให้พ่อแม่เข้าใจกันได้ดีกว่า

    .

    .

    พอเราใกล้จะอายุ 20 แล้ว เราบอกว่า ถ้าพ่อกับแม่มีปัญหาอะไร

    ก็บอกหนูได้ทุกเรื่อง หนูโตพอที่จะรับรู้ได้แล้ว

    โตพอที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาได้แล้ว

    .

    .

    .

    ตอนที่เรามีแฟน ทำให้เราห่างกับพ่อ

    พอเลิกกับแฟน

    พ่อก็ไม่ได้สนใจเราเหมือนเดิม ไม่กลับบ้านเหมือนเดิม

    เราก็แค่คิดว่า พอเลิกกับแฟน เราจะได้คุยกับพ่อมากขึ้น

    แต่มันไม่ใช่ มันไม่ได้มีอะไรแตกต่างเลย

    .

    ส่วนแม่ก็เครียด แล้วก็มาระบายที่เรา

    ไม่เป็นไร ดีแล้ว

    เราเป็นคนบอกเอง

    .

    .

    .

    แต่มันไม่ไหว

    เห็นแม่เครียด แล้วคิดว่าเราจะรู้สึกเฉยๆเหรอ?

    เราเองก็เครียด ทั้งเรื่องเรียน ครอบครัว

    แต่พอแม่พูดก็ต้องก้มหน้ารับฟังนิ่งๆ

    .

    .

    .

    แต่

    .

    ไม่ไหวแล้ว

    อยากระบาย

    ครอบครัวของเราตอนนี้

    มันเป็นอะไรแล้วไม่รู้

    .

    .

    .

    พ่อไปทาง แม่ไปทาง

    พ่อกลับบ้าน กินข้าว อาบน้ำ นอน

    แม่ทำกับข้าว เก็บจาน ปิดไฟ นอน

    น้องเราไม่ต้องพูดถึง ไม่ค่อยได้คุยกันอยู่แล้ว

    ส่วนเราก็นั่งอยู่หน้าคอมในทุกวัน

    รอพ่อแม่นอนแล้ว เราก็นอนเป็นคนสุดท้าย

    .

    .

    .

    .

    จะว่าไปเราเป็นคนโชคดีนะ ที่พ่อกับแม่ยังไม่หย่าขาดจากกัน

    แต่แม่ก็บอกแค่ว่า

    พอเราเรียนจบ ทำงาน ก็คงทางใครทางมันแล้ว

    เพราะไม่มีอะไรจะให้ห่วงอีกแล้ว

    .

    .

    .

    เราเองที่เกิดมากับครอบครัวที่เรียกได้ไม่เต็มปากหรอก

    ว่า

    "อบอุ่น"

    แบบนี้

    จะมีสิทธิ์มั๊ยนะ?

    ที่จะฝันถึงความรัก ความอบอุ่น

    ที่รวมอยู่ในครอบครัวเล็กๆ ในบ้านหลังพอเหมาะ

    กับเค้าบ้าง

    .

    .

    .

    ครอบครัวที่อบอุ่น

    มันเป็นยังไงเหรอ?

    ช่วยบอกที

    .

    .

    .

    .

    .

    จาก

    คนที่แสวงหาความอบอุ่น และความรัก

    แต่ก็ยังไม่เจอซีกที

    Comment



    smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

    เชื่อมั้ยว่า.....เรื่องครอบครัวเราก็เป็นเหมือนกัน
    ทำตัวเองให้มีความสุขดีกว่านะ.....เรื่องของผู้ใหญ่ก็ปล่อยเค้าไป

    ดีอ้ะ

    ขอบคุณมากๆครับ ที่รู้สึกดีๆ กับที่ีนี่ขนาดนี้

    พรุ่งนี้ กินเค้กกัน
    รู้สึก 2 entry ล่าสุดนี่กระเทือนหลายคนนะ

    #3 By house on 2005-09-10 00:55

    blogกะ diary บีว่าก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกค่ะ

    ไม่ว่าจะเรียกอะไร ก็ได้เขียนและแชร์ สิ่งดีๆร่วมกัน

    บีไม่ซีเรียสเรื่องแบบนั้น........
    อบอุ่นเป็นยังไงหรอ สำหรับเราก็ แค่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เวลามีเรื่องทุกข์ อาไรก็ช่วยกันแก้ไขได้ คอยดูแลกัน ก็ ok แล้ว
    อย่างเราก็ ไม่ค่อยได้คุยอาไรกะ พ่อแม่ มากนะ เพราะออกมาแต่เช้า กลับก็ดึก บางวันเห็นหน้ากันไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นจะต้องมีเวลาให้กันมากหรอก แค่มียามเราต้องการก็พอแล้วมั่ง

    #5 By หมูทอดซามะ on 2005-09-10 01:27

    การหวังที่จะได้รับความรักจากใครเพียงฝ่ายเดียวนั้น คงเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก ความรักคือการให้โดยไม่หวัง สิ่งตอบแทน

    พ่อแม่ของเราก็คือคน มีรักโลกโกรธหลง เป็นธรรมดาของมนุษย์ ตอนนี้คุณอาจจะยังเด็กเกินไป ที่จะเข้าใจ ถ้าต้องการให้ใครมากอด คุณก็ต้องเปิดใจที่จะกอดเขาก่อน อย่าอคติกับเขา อย่าโทษเลยโชคชะตา เพราะทุกๆคนก็มีปัญหาของตัวเอง อยู่ที่เราจะอยู่จะทำทุกๆวันให้มันมีค่า มีความหมายขึ้นบ้าง แม้จะนิดหน่อยก็ยังดี

    #6 By ตัวร้าย on 2005-09-10 01:49

    เตยว่าการที่คนเพิ่งมาเขียนเค้าจะเกร็ง ๆ บ้าง เพราะเนื่องจากกลัวว่าเดิมทีที่นี่เค้าปฏิบัติกันยังไง เหมือนที่ว่าไว้ว่า When In Rome แต่นี่เรา When in exteen นี่เนอะ >_< เตยคนนึงที่กังวลว่า เอ้ย เตยจะเขียน diary แต่ไม่มีสาระเลย มันจะผิดจุดประสงค์ไม๊ . . แต่จะให้มีสาระตลอดก็ทำไม่ได้ (ก็เราเป็นคนไร้สาระด้วยล่ะ เหะเหะ - -")


    ส่วนเรื่องครอบครัว เตยว่าลองคุยกันดู ตอนแรกยังคุยกันได้ ตอนหลัง อาจจะชินกับการที่เป็นแบบนั้นมาช่วงเวลานึง อย่างเตยเนี่ย สมมติถ้ามีลูกละไม่ได้คุย ไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนเคย ต่อมาเตยก็คงน้อยใจนะ ลองไปอ้อน ๆ คุย ๆ ว่ามาสังสรรค์กันเหมือนเดิมไม๊ป๊าไรงี้ แต่เรื่องแบบนี้ก็พูดยาก คือเตยก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้น เอาเป็นว่า ขอให้อะไร ๆ ดีขั้นแล้วกันนะ :)

    P.S. ขอบคุณสำหรับ comment นะคะ

    #7 By t03y on 2005-09-10 01:57

    ขอบคุณสำหรับการต้อนรับนะคะ

    เปิดตามลิ๊งค์มาก็ตกกะใจ
    ท้องฟ้าเหมือนกันเลย...!!!
    ก็คิดอยู่ห้าวิ อ่ะค่ะว่า เราควรจะกลับไปเปลี่นธีมของเราไหม
    แต่แล้วก็ตัดสินใจว่าไม่ต้อง

    เพราะเราบริสุทธิ์ใจมันเหมือนโดยบังเอิญ เหมือนโดยใจตรงกัน&#9829;
    ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำนะคะ

    ถึงจะฟ้าเหมือนกัน แต่มันก็ไม่เหมือนกัน
    เพราะว่ามันเป็นฟ้าคนละฟ้า
    แต่ถึงอาจจะดูเหมือนว่ามันคนละฟ้า
    แต่ความจริงยิ่งกว่านั้นก็คือ มันคือฟ้าเดียวกัน
    "ฟ้าผินเดียวกัน"

    (ของเราฟ้าที่หัวหินค่ะ )

    *
    *
    สำหรับเรื่องครอบครัว
    ชีวิตคนเรามีหลายหลากกันไปนะคะ
    คุณอาจจะดูโชคร้ายกว่าใครบางคน
    แต่ขณะเดียวกันคุณก็โชคดีกว่าใครบางคนอีกเช่นเดียวกัน

    ให้กำลังใจคนอื่นแล้วอย่าลืมให้กำลังใจตัวเองบ้างนะคะ
    ถ้าวิ่งจนเหนื่อยนักก็นั่งพักซะบ้าง
    ถ้าของที่ถือมันหนักมาก เอาวางลงบ้างก็ไม่เป็นไร

    เป็นกำลังใจให้นะคะ

    #8 By clover013 on 2005-09-10 04:48

    รักนะจ๊ะ
    เดี๋ยววันนี้เราจะเอาความอบอุ่นจากชั้นไขมันของเราไปให้นัทเต็มที่เลย แฮ่ๆๆ

    อ่านแล้นรู้สึกดีนะกับเรื่องแรกที่นัทถ่ายทอดออกมา
    แต่เรารู้สึกว่าบรรยากาศมันเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆยังไงก็ไม่รู้สิ

    หรือว่าเราคิดไปเองเปล่าหว่า....

    #9 By Ameba O-Lan-la on 2005-09-10 05:14

    สวัสดีค่ะ

    เพิ่งมาใหม่เหมือนกันค่ะ
    ขอบคุณ ที่ แยกแยะ คำจำกัดความ ของ
    Blog and Diary
    ให้น๊ะค่ะ


    จะพยายาม ทำได ให้น่าอยู่เหมือนที่คุณทำค่ะ

    ขอบคุณน๊ะค่ะ

    เรื่องพ่อแม่ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องผู้ใหญ่เถอะค่ะ
    มีอีกหลายพันคน ที่พ่แม่ เค้าต้องแยกทางกัน
    เราก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่เติบโตในครอบครัว ที่ไม่มีคำว่าแม่ค่ะ
    แต่ปัจจุบัน เราเองก็พยายามอยู่ที่ทำตัวให้สมบูรณ์ที่สุด และทำทุกอย่างให้ดีที่สุดกับครอบครัวเราอง

    แอ๊ปปี้ แฮ๊ปปี้ หน่ะค่ะ

    #10 By นางฟ้าราตรี (218.47.93.13) on 2005-09-10 08:05

    อย่างน้อยก็ยังอดทนกันทั้งคุณพ่อก่ะคุณแม่ของพี่อ่ะ
    ความอดทนนั่นแหละที่แปลว่าพวกเค้าัยังรู้จักคำว่ารัก

    #11 By Razhluk on 2005-09-10 08:10

    ย้อนกลับไปอ่านของเมื่อวาน
    รู้สึกได้ดีว่า
    ที่นี่ ค่นข้างไค่อยเละเทะ เเหมือนบ้านเก่าที่เคยอยู่มา

    แต่ก็อย่างว่า เข้าเมืองตาหลิ่วก็ ต้องหลิ่วตาตามใช่มั๊ยะค่
    อย่างไรวันนี้ จะเริ่ม ลงมือ เขียน ว่างแวะไปติชม ด้วยน๊ะค่ะ

    อานแล้วเข้าใจคำว่า บล๊อก กับ ไดอะรี่หน่ะ
    แต่ เขียนแล้ว ยังไม่รู้ว่าคนอ่าน คิดว่า นั่นคืออะไร
    ก็ ไปแนะนำ กันด้วยน๊ะค่ะ

    ขอบคุณครับ ที่เอามาแชร์กัน

    แหม อยากให้คุณนัทได้แวะไปอ่าน ไดอารี เก่าๆผมจัง

    มีเรื่องราวต่างๆเยอะเลย อิอิ

    #13 By Loftster on 2005-09-10 09:45

    พี่เห็นด้วยกับน้องเจ๊ป้อมนะ
    บางเรื่องมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ที่เราไม่สามารถไปทำอะไรได้จริงๆ แหละ
    แต่ที่เราทำได้คือทำตัวเราให้ดี และมีความสุขครับ

    เรื่อง blog กับ diary มันต้องให้เวลานะ
    คนไทยยังคุ้นชินกับไดอารี่มากกว่า
    ต้องให้ค่อยๆ เรียนรู้กันไป
    เราทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ใจกว้างหน่อยดีกว่า
    ไม่ใช่ว่า ไหน เอามาดูดิ๊ ของแกเป็นอะไร
    ไดอารี่เรอะ แอ๊ รับไม่ได้ ออกไปไป๊~ ก็เกินปาย

    #14 By Bickboon on 2005-09-10 16:16

    อ่อ ชื่อ M ที่ว่าเครียด ก็เรื่องนี้นี่เอง

    พี่คงได้แต่พูดว่า ขอให้ครอบครัวนัทกลับมาอบอุ่น เหมือนเดิมนะ



    อ่อ เรื่อง blog นี่เห็นด้วยเลยนะ ว่า blog มันเป็นที่ ๆ ไว้ share อะไรหลายๆ อย่างมากมาย ดีจริง ๆ

    งั้น เรามาเล่น share กันไหม ? ว่าแต่ใครเท้าแชร์หล่ะ

    #15 By inat (61.90.94.79) on 2005-09-10 17:44

    ขอบคุณค่ะ สำหรับคอมเมนท์อย่างยาว
    แทนคำขอบคุณ จะไล่ตอบทีละคน ที่คิดคำตอบออกนะคะ


    ตอบ - เตย นะคะ

    เรื่องบล็อคกับไดอารี่เนี่ย นัทว่าไม่ว่าจะมีสาระหรือไร้สาระ แต่ยังไงถ้ามันคือประสบการณ์ ความคิด มันก็ให้อะไรกับผู้อ่านได้เหมือนกันค่ะ อิอิ

    ตอบ - Clover013

    ค่ะ ดีจัยที่ใจตรงกันนะคะ
    อิอิ ยังไงก็ท้องฟ้าเดียวกันแต่ไม่เหมือนกัน

    ตอบ - ฝน

    ไม่หรอก คงต้องใช้เวลาน่ะ
    บางคนคงยังใช้คำเรียกผิดมากกว่านะ

    คิดมากไปก็เท่านั้น มันก็แค่ชื่อเรียก

    มันอยู่ที่เนื้อความตะหาก ว่าบล็อคไหนเป็นบล็อค บล็อตไหนเป็นไดอารี่ อิอิ

    ตอบ - นางฟ้าราตรีทั้งสองคอมเมนท์

    ค่ะ อิอิ
    แล้วจะแวะไปอ่านบ่อยเท่าที่ทำได้นะคะ
    ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

    ตอบ - คุณ loft

    อยากอ่านเหมือนกันค่ะ
    ถ้ายังพอมีเหลืออยู่บ้างก็ลองเอามาให้อ่านบ้างนะคะ

    ตอบ - พี่บิ๊ก



    (อ่านแล้วได้แต่ขำอ่ะ ไม่รู้จะตอบอะไรดี พี่พิมพ์เรื่องเครียดได้ขำมาก อิอิ)

    ตอบ - พี่แนท

    น่าน .... ยังมีมุขมาเล่น อิอิ
    ไว้ถ้านัทเครียดอีก

    จะโทรไปเล่าให้ฟังเลย
    เอาเบอร์(ท้าวแชร์)มา สิ อิอิ (ขี้เกียจพิมพ์ในเอ็มอ่ะ)

    ขอบคุณทุกคอมเมนท์ค่ะ

    #16 By Na - th (นัท) on 2005-09-10 23:27

    เอาเถอะนะ ไม่ว่าจะบลอคหรือไดอารีก็เขียนได้เหมือนกัน ! ผมเองก็คงเขียนๆไปตามแบบเดิมที่เคยทำ สาระมีบ้างไม่มีบ้าง(มักเป็นอย่างหลัง 555) ก็ยังอยากเขียนอะไรแบบนั้นอะครับ ^^"

    ธีมไดคุณสวยงามมากเลย ถูกใจสุดๆ แต่คงต้องให้เวลาเราศึกษาเพิ่มเติมก่อง อยากแต่งไดได้อิสระอย่างนี้มานานแล้ว (จริงๆก็อยากทำ transparent แบบนี้นะ แต่กลัวไดอืดหงะ - -")

    เรื่องที่กำลังหนักใจ เราคงให้คำแนะนำอะไรไม่ได้ คงได้แต่คอยให้กำลังใจ อย่าท้อแท้และสู้ต่อไปนะครับ รักน้องให้มากๆ รักพ่อแม่ให้มากๆ ไม่ว่าท้ายที่สุดทั้งสองท่านจะแยกกันอยู่หรือไม่ก็ตาม

    ...ผมจะเป็นกำลังใจให้เสมอครับ ^_^...


    ปล. ว่างๆสอนแต่งไดบ้างเด้อ อิอิอิ

    #17 By Xymply `☆ on 2005-09-11 00:37

    พอดีแอดไว้แล้วหละครับ บลอคงูน้อยที่ให้มา ^^" แต่ยังไม่สามารถอ่านได้หมดในตอนนี้ (เพราะงานเยอะมากกกกส์)

    จริงๆอยากทำให้พื้นหลังตรงส่วนของ entry กับ sidebar มันโปร่งใสหน่อยนึง จะได้มองเห็นพื้นหลังได้ เราก็ลองเพิ่มฟิลเตอร์ alpha ลงไปดูหลายจุดแล้ว แต่ไม่ได้ผลสักที เลยยอมแพ้ก่อน ^^" ไปปั่นงานต่อให้เสร็จๆอ่าครับ

    ยังไงถ้าไม่รบกวนนัท ช่วยเม้นท์บอกวิธีทำให้ทีได้ไหมครับ ^^"a

    #18 By Xymply `☆ on 2005-09-11 01:18

    เราก็ไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่ แต่เราไม่มีพ่อมาตั้งแต่ 2 ขวบ แม่หาเลี้ยงคนเดียวจนเราเรียนจบ และยังส่งน้องเราอีกคน แม้ว่าแม่จะไม่ให้ความอบอุ่นกับเราเท่าไหร่ ไม่เคยกอด หรือแม้แต่สัมผัสมาตั้งแต่ ประมาณ 15 ขวบมั๊ง

    แต่...เราจะไม่ทำให้เค้าผิดหวัง เสียใจ ไม่สบายใจ และทำให้เค้ามีความสุข เราเองก็คงจะมีความสุขด้วย...เราคืดอย่างนั้น