(ไดฯเครียด) อาการเฟลกับ FriendSick
posted on 25 Nov 2004 01:19 by nath in -Nath-อาการเฟล
เหอๆเริ่มต้นบล็อกวันนี้ด้วยอาการเฟล....กับอะไรหลายๆอย่าง
อย่างที่เคยเขียนในบล็อกวันก่อนๆเรื่องเพื่อนแล้ว วันนี้ยังมีภาคต่อ...สืบเนื่องจากงานบางอย่าง ที่เราร่วมออกความคิดเห็นกับเพื่อนอีกกลุ่มนึง
แล้ววันนี้เราก็ได้รู้แล้วว่า"ตูผิดเองที่เจือก"
...............เจือกกลัวว่าวันจริงมันจะไม่ทัน ..... เจือกกลัวว่าพวกเมิงๆไม่ได้เผื่อเวลาไว้.........เจือกกลัวว่าวันนั้นมันจะล่ม.....คนโง่ๆอย่างตูเจือกไปเอง.............
ก็ได้บทเรียนมา ว่าต่อไปไม่ไปยุ่งท่าจะดีกว่า รอให้มันเรียกใช้ เพราะไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร?? เพื่อให้ตัวเองโดนเกลียด เพื่อโดนหมั่นไส้ ( ซึ่งก็โดนมาเยอะแล้ว...) คนเราบางทีกำลังใจมันก็หมดได้เหมือนกันนะ
เหอๆ ไม่ใช่อะไรหรอก.......เราไปคุยกับเพื่อนเรื่องงานว่าอยากจะปรึกษาหน่อย อยากให้คนกลุ่มใหญ่ได้ลงความเห็นด้วย........ตูพลาดอีก........เพราะคำพูดที่ได้ยินจากปากต่อมาคือ "พูดไปก็ไม่มีใครฟังหรอก ที่ฟังก็กลุ่มเดิมๆอีก" ( หนำซ้ำยังมาชักสีหน้าใส่เราอีก ) แล้วก็บอกอีกว่า "ตารางนี้ฝ่ายนี้มันคิดมาเรียบร้อยแล้ว เราแค่มาปรับปรุง ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่? แล้วจะแก้อะไรอีก???"
อ้อ....อืม ซึ้ง.....นี่คือการทำงาน โมเมเอาเองว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ฟัง.....แต่ถึงจะจริงอย่างงั้น ก็น่าจะให้เค้ารับรู้ เพราะอย่างน้อยเราก็ถือว่าเราได้บอกแล้ว เหอๆ "นี่หรือคือการทำงาน???" แล้วไอ้ที่ฝ่ายนั้นคิดมาแล้ว แล้วมันดีแล้วเหรอ??? ทำไมไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้าง?? นำมาปรับปรุงสิ มันไม่ได้เพอร์เฟ็คซะทุกอย่างหรอก.......เหอๆเอาเถอะ เรื่องนี้เราถือว่าเราพอแล้ว จบแล้ว ต่อจากนี้เราจะรอ .....รอว่าเราจะมีความสามารถทำอะไรให้เค้าได้บ้าง??? เรามันโง่ เรียนได้เกรดไม่ดีเท่าพวกนั้น จะไม่เสนอตัวไปยุ่ง หรืออะไรอีกแล้ว ( ถึงจะเป็นงานภาคก็เถอะ )
ซึ่งอาการเฟลๆนี้เพื่อนกลุ่มนึงของเรา เค้าก็เฟลไปนานแล้ว เหอๆ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำงาน แต่ถ้าทำแล้วมันเหนื่อยอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องมาผิดใจกับเพื่อน ไม่สบายใจ ลำบากใจ เราก็ไม่อยากทำ เพราะเพื่อนกลุ่มนี้ที่เรารู้สึกเฟลกะเค้า เราก็สนิทแล้วก็รู้สึกดีๆพอสมควรด้วย เหอๆ
เหอๆ คงเหลือแค่ออกแบบสมุดคอมแคมป์ กับทำลายเสื้อแล้วจินะ ก็ดี ชอบทำพวกนี้มากกว่า
พอว่างก็เอาเวลามาทำโดฯดีกว่า~สบายใจจบอาการเฟลๆ
อาการป่วยที่เรียกว่า "Friendsick"
หลายๆคนคงเคยได้ยินอาการ "Homesick" ที่เป็นเพราะคิดถึงบ้าน
แต่ว่าเราเป็นอาการ ที่เรียกว่า "Friendsick" คิดถึงเพื่อน....555 เลียนแบบมา (ขำมั๊ย?)คือไม่หรอก เราแค่ลองนึกย้อนกลับมานั่งคิดเอาเล่นๆถึงตอนม.1 สมัยยังเอ๊าะๆ 555
จนถึงม.6 เริ่มบั้นปลายแระ ( บั้นปลายเฟรชชี่ทีนเอจน่ะนะ )
ว่ากว่าตูจะสนิทกับเพื่อนเนี่ย แม่งทะเลาะกับมันมาเหลือหลาย จนเกือบจะเลิกคบเลยก็เคย แต่ตอนนี้ก็ยังคบกับพวกมันอยู่ คบมา 6 ปี เวลาที่ไม่มีอะไรจะมาแทนได้ พอคิดถึงตรงนี้แล้ว น้ำตาก็ไหล ร้องไห้ฮึกๆ เลย แบบว่า ตอนจะจบเรายังไม่เศร้าขนาดนี้เลยนะ อาจจะเพราะตอนนั้นเรายังตื่นเต้นกับชีวิตในมหาลัยมั้ง แล้วก็คิดว่า เพื่อนเมื่อไหร่ก็ยังเป็นเพื่อนเสมอแต่พอเราเริ่มพบประสบกับความจริงที่ว่า การมาคนเดียวในรั้วมหาลัยนั้น มันช่างโดดเดี่ยวจริงๆ มากๆเลย เพราะคนอื่นเค้าก็มากับเพื่อนเค้า อย่างน้อยก็คนนึง เราจะต้องอยู่คนเดียว โดย....
มันจะไม่มีเพื่อนที่จะให้เรานั่งนินทาเพื่อนคนนั้นคนนี้ได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะเอาไปพูดต่อ
มันจะไม่มีคนที่จะมาห่วงเรา ถามเราว่าเราเป็นอะไร เวลาเห็นเราไม่ปกติ
มันจะไม่มีใครเตือนให้เรากินข้าวเที่ยงเวลาเราอดและห่วงว่าตูจะเป็นโรคกระเพาะ
มันจะไม่มีคนคอยเตือนตูว่าการบ้านต้องส่งพรุ่งนี้นะ
มันจะไม่มีใครคอยทำงานเผื่อให้ตู เพราะคิดว่าตูต้องลืมแน่ๆ
มันจะไม่มีคนเอาของกินมาให้เวลาตูอดข้าวเพราะต้องเก็บตังค์จ่ายค่าห้อง(อันนี้สำคัญ 55)
มันจะไม่มีใครที่จะเอาการบ้านมาให้ลอกโดยที่ไม่ถามเลยว่าแกทำเสร็จรึยัง??
มันจะไม่มีใครจะไปช็อปกับเรา
มันจะไม่มีคนมาถกข้อสอบกับเรา
มันจะไม่มีใครที่จะมาคอยด่าตู เวลาตูทำตัวงี่เง่า
มันจะไม่มีคนคอยให้ยืมลอกข้อสอบเวลาตูทำไม่ได้
.............บลาๆ..........อันนี้จริงมากๆ เห็นได้จากตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย คือเราใช้ชื่อในเอ็ม ส่อๆว่าเราไม่สบายใจอย่างแรง แต่ไอ้เพื่อนที่มหาลัยเนี่ย มันไม่มีซักตัวที่จะมาถาม มาทัก ( อ้อ...มีคนนึง... แต่ไม่ได้กลุ่มเราอ่ะ แล้วก็ไม่ใช่กลุ่มที่ทำให้เราไม่สบายใจด้วย - -"แต่ก็เอาเพลงมาให้เราฟังซึ่งตรงใจมากๆอ่ะ ) แต่เพื่อนเก่า อย่างบิ้วเนี่ย มันเข้ามาทัก "เฮ้ย เมิงเป็นไร?" โห...แค่นี้ก็ซึ้งแล้วอ่ะ ขอบใจเพื่อน
ซึ่งเพื่อนที่มหาลัยนะมันจะเป็นประเภทว่า
พอเห็นเราเก่งถึงเข้ามาถาม
พอเห็นเราไม่สบายใจ(ต่อหน้าเพื่อนคนอื่นๆ) ก็เข้ามาถามเป็นห่วง "คนดี" (พอเราอยู่คนเดียว) ก็ไม่มีใครมายุ่ง
พอเราทำอะไรไม่ถูกใจ ไม่พูดกันต่อหน้า แต่ไปนินทาตู
พอเราทำการบ้านเสร็จ เอาของเราไปลอก ร็อกซ์ แต่พอตูทำการบ้านไม่ได้ ไม่มีซักคนที่จะหยิบยื่นน้ำใจ เอาการบ้านมาให้ลอก คือต้องออกปากขอ
เมื่อมีงาน เราเสนอตัวช่วยทำ แต่พอเราออกความเห็น ถูกเมินเฉย
พอเค้าอยู่คนเดียวเราไปนั่งเป็นเพื่อนคุย แต่พอเค้าจะกลับ เราต้องอยู่คนเดียว
ตอบสอบ พอเราทำได้ขอลอก เราบอก พอเราทำไม่ได้ เราขอให้เค้าบอก เค้าไม่ให้ลอก....
........บลาๆ.....เราก็คิดๆนะ คิดในทางที่ดี เพื่อที่จะได้เรียนต่อไปกับเพื่อนที่มหาลัยได้ คิดไว้ว่าซักวันนึง เราคงจะสนิทกันเมื่อเวลาผ่านไป ก็หวังว่าแบบนั้น ซึ่งที่เราเขียนไปข้างบน เราอาจจะคิดในแง่ร้าย คิดไปเอง ก็หวังว่าเราคงคิดไปเอง
เร็วๆนี้จะมีงานเลี้ยงรุ่นที่โรงเรียนเก่า ช่วงมีนาฯ ยังไงก็จะไปให้ได้ อยากเจอเพื่อนมากมาย อยากเจอ 6/1 อยากเจอกิ่งดาว อยากเจอสุภัครักเพื่อน อยากเจอโบ๊ตบอดสี อยากเจอหญิงแม่โบ๊ต อยากเจอกลุ่มสาวงามริมหน้าต่าง อยากเจอกลุ่มปากหมาหลังห้อง อยากเจอ จอย พี บิ้ว สร้อย เพิ่ม
เราอาจจะบ่อน้ำตาตื้นนะ แต่พอพิมพ์มาถึงตรงนี้ ก็ร้องไห้แล้ว น้ำตามันไหล
คิดถึงครั้งสุดท้ายที่ไปสวนสนฯไปกันทั้งห้อง ไปอยู่ด้วยกัน 3วัน2คืน โดยอาจารย์ไม่ได้มาด้วย (มาแหละแต่เหมือนไม่มา ) แล้วเราก็เปิดอกคุยกัน เม้าท์เรื่องเสื้อชั้นในกับไอ้กิ่ง แล้วจอยก็ประจักถึงความซกมกของเราเพราะนอนห้องเดียวกัน ไปว่ายน้ำด้วยกันที่ทะเล ไล่จับกั้งกับพวกผู้ชาย แล้วก็นั่งรถไฟกลับ เอะอะโวยวาย จองโบกี้นึงเป็นของเรา
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึงจนน้ำตาไหล
เราไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย เพราะว่าเราคิดว่าเราหาเพื่อนได้ทุกเมื่อ แต่เพื่อนที่สนิทมันไม่ได้จะหากันได้ภายในวันเดียว มันต้องใช้เวลาบ่มเพาะ ผ่านเหตการณ์ และ กาลเวลา พิสูจน์ความเป็นเพื่อน
เราอาจจะมารู้สึกตัวช้าไป แต่อยากจะบอกกับเพื่อนทุกคนว่า "คิดถึงและรักนะ"
สำหรับใครที่หลงมาอ่านไดอารี่ของเราแล้ว ถ้ามีเพื่อนที่เค้าดีกับคุณ แม้ว่าเค้าอาจจะพูดไม่เข้าหูคุณบ้าง ก็อยากให้รักษาช่วงเวลานั้นไว้ อยากให้รักษามิตรภาพที่ดีๆนั้นไว้ เพื่อเวลาที่ไม่มีใคร เวลาที่ต้องมาอยู่คนเดียว เหงาคนเดียวแบบเรา จะได้มีช่วงเวลาที่ดีๆให้คิดถึงนะ
เพลงที่เพื่อนที่มหาลัยเราคนนึงเอามาให้ฟัง อยู่ข้างล่าง ลองไปฟังตามลิงค์ดูนะ เพราะดี แล้วก็ตรงใจเรามากเลย (ไม่รู้วิธีใส่เพลงในไดฯอ่า )
จบบล็อกเศร้าๆ เหงาๆ เฟลๆของวันนี้ (เมื่อวานจิ พิมพ์เสร็จก็เลยเที่ยงคืนแล้ว )
แก้ไขเมื่อ 25/11/2547 1:37:52


#1 By RenzE on 2004-11-25 01:34